ออกแบบบ้านรับมือภัยจากธรรมชาติ
ภัยที่เกิดจากธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม
และลมพายุ เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร สิ่งที่ทำได้ก็คือการป้องกันด้วยการมองการณ์ไกลว่าอาจจะเกิดปัญหาใดและเตรียมพร้อมหาวิธีแก้ไขที่ถูกต้อง
ดังนั้นก่อนที่จะออกแบบหรือก่อสร้างบ้านจึงควรคำนึงถึงปัญหาเหล่านี้ให้มาก
บ้านส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติมาก ๆ จะตั้งอยู่ในต่างจังหวัด
ในพื้นที่ธรรมชาติอย่างป่าเขา ทุ่งหญ้า ท้องนา หรือริมน้ำ
เพื่อหลีกเลี่ยงภัยดังกล่าว ก็ควรออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนั้น ๆ “บ้านและสวน” มีคำแนะนำดี ๆ
เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันROYAL1688
พื้นดินที่ตั้งนั้นสำคัญไฉน
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวหรือน้ำป่าไหลหลาก สภาพของชั้นดินที่แข็งแรงจะช่วยยึดบ้านของเราให้ปลอดภัย
ควรหลีกเลี่ยงการปลูกบ้านบนพื้นที่ที่เป็นหินกรวด ทราย หรือดินเหลว
ควรเลือกพื้นที่ที่เป็นชั้นหินแข็งแรง หรือชั้นดินที่มีความหนาแน่น
ลองสำรวจด้วยตาเปล่าก่อนในขั้นแรก และเพื่อให้แน่ใจก็ควรให้วิศวกรเจาะสำรวจอีกครั้งหลีกเนินหินและต้นไม้ใหญ่
ควรหลีกเลี่ยงการปลูกบ้านบนหรือภายใต้เนินหินที่มีโอกาสถล่มลงมาได้
รวมถึงต้นไม้ใหญ่ที่สามารถล้มลงมาทับบ้านเมื่อเกิดลมพายุ
และอย่าลืมเว้นระยะให้ห่างจากรัศมีการล้มของต้นไม้ด้วย
ส่วนยอดและส่วนต่ำสุดนั้นอันตราย
ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ลมพายุจะมีกำลังแรงที่สุดเมื่อพัดผ่านบริเวณยอดเขา
ยอดเนิน หรือที่ราบที่เป็นหุบเขาต่ำลงไป ฉะนั้น จึงไม่ควรปลูกบ้านในบริเวณนี้ROYAL1688
หลังคาเบา บ้านไม่ถล่ม
บ้านที่มีหลังคาหรือส่วนบนของบ้านหนักเกินไป ไม่ว่าจะด้วยวัสดุที่ใช้ทำ
หรือการมีสิ่งของบรรทุกอยู่มาก
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวหลังคามีโครงจะถล่มลงมาได้ง่ายกว่าอาคารที่มีหลังคาน้ำหนักเบา
รวมไปถึงการใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่น เช่น ไม้ หรือเหล็ก
ก็จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงมากขึ้นด้วย
หลายวัสดุ หลายรอยต่อ
ผนังของบ้านหรืออาคารไม่ควรประกอบด้วยวัสดุที่หลากหลายมากเกินไป
เพราะจะทำให้มีรอยต่อมาก มายกลายเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดของบ้าน
มีโอกาสเสี่ยงที่จะเสียหายได้ก่อนส่วนอื่น ๆ
ควรเลือกใช้วัสดุทำผนังเพียงชนิดเดียวและต้องมีความยืดหยุ่นสูงด้วย
เพิ่มความยาวเข็ม
หากทราบว่าหน้าดินของพื้นที่ที่จะสร้างบ้านมี การสไลด์
ควรออกแบบเสาเข็มให้มีความยาวมากกว่าปกติ
เพื่อป้องกันการเสียหายของหน้าดินที่จะส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง
สำรวจระดับน้ำที่เคยท่วมถึงเมื่อทราบถึงระดับน้ำที่เคยท่วมถึงแล้ว
ก็ควรออกแบบหรือสร้างบ้านให้ยกสูงขึ้นจากระดับน้ำนั้นพอสมควร โดยตัวบ้านต้องตั้งอยู่บนเสาเข็ม
หรือกำแพงกันดินที่มีความแข็งแรง
อาจเสริมโครงสร้างทแยงเพื่อรัดโครงสร้างของบ้านให้แข็งแรงขึ้นROYAL1688
แยกอาคาร ลดอัตราเสี่ยง
รูปทรงอาคารที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อเกิดลมพายุคือรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก
อาคารที่มีขนาดใหญ่หรือทอดตัวยาวเป็นรูปตัวแอล (L) โดยไม่ได้แยกอาคารออกจากกัน ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายมากกว่า
ทรงหลังคาที่ลู่ลม
หลังคาที่มีความลาดเอียงทั้งสี่ด้าน หรือที่เรียกว่า “ปั้นหยา” เป็นทรงหลังคาที่ปลอดภัยจากลมพายุมากกว่าทรงจั่ว
ทรงหมาแหงน และหลังคาแบนราบระวังช่องเปิดเหนือผนัง
ไม่ควรทำช่องเปิดที่ลมสามารถพัดผ่านได้ที่บริเวณระหว่างเหนือผนังกับใต้หลังคา
เพราะลมจะสามารถพัดผ่านและพัดเอาหลังคาหลุดลอยไปได้ หากต้องการช่องเปิด
ควรพิจารณาตำแหน่งที่ต่ำลงมาประมาณ 1 เมตรROYAL1688
หลีกเลี่ยงกระจก
ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระจกมาทำเป็นประตูและหน้าต่าง ลองเลือกใช้ไม้ อะลูมิเนียม
เหล็ก หรือพลาสติกแทน แต่หากต้องการจะใช้จริง ๆ ก็ควรเป็นกระจกนิรภัย
เพราะเมื่อแตกแล้วจะแตกละเอียดเป็นเม็ดเล็ก ๆ
หรือเลือกกระจกลามิเนตที่มีฟิล์มสอดอยู่ตรงกลาง เวลาแตกก็จะไม่หล่นลงมา
เพราะมีฟิล์มป้องกันอยู่เปิดออกแข็งแรงกว่า
ประตูบานเปิดออกสู่ภายนอกจะมีความแข็งแรงทนทาน ต่อแรงลมมากกว่าบานประตูที่เปิดเข้าภายในบ้าน
แยกกันสาดจากหลังคา
ไม่ควรให้มีส่วนใดส่วนหนึ่งของกันสาดเชื่อมต่อกับหลังคา
เพราะหากเกิดความเสียหายกับกันสาดก็จะไม่ส่งผลไปถึงหลังคา
นอกจากนี้ไม่ควรออกแบบชายคาที่ยื่นยาวเกินไป เพราะจะเพิ่มพื้นที่ในการปะทะของลมให้มากขึ้น
และก็จะเกิดความเสียหายมากขึ้น. ROYAL1688
